ที่ประชุม คนร.รับทราบแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง

ที่ประชุม คนร.รับทราบแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง พบการบินไทย ช่วง ม.ค.-พ.ค.2560 มีอัตราโดยสารเพิ่มสูงสุดในรอบ 10 ปี พร้อมเร่งรัดตั้งกรมการขนส่งทางรางให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ค.) เพื่อเห็นชอบ แล้วส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป

นายเอกนิติ กล่าวว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำหนดดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ มี 6 หลักการ คือ 1.มีการจัดตั้ง คนร. ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับชาติเพื่อกำหนดนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ 2.มีแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องแผนพัฒนาฯ และยุทธศาสตร์ชาติ 3.มีกระบวนการสรรหากรรมการที่ชัดเจนและนำสรรถนะหลักและความรู้ที่จำเป็นมาใช้ 4.มีกลไกระบบการกำกับดูแลที่ดีเพื่อเปิดเผยข้อมูลให้เกิดความโปร่งใสและส่งเสริมความรับผิดรับชอบในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล 5.พัฒนาระบบประเมินผลที่เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจและนโยบายอย่างเป็นระบบ และ 6.จัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติเพื่อทำหน้าที่เป็นเจ้าของและพัฒนารัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทจำกัดในฐานะผู้ถือหุ้นเชิงรุก ซึ่งร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจฯ จะทำให้การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจมีความบูรณาการในภาพรวมเป็นระบบและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ได้รับทราบความคืบหน้าการจัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ โดยนำหลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจฯ มาปรับใช้กับการดำเนินงานในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการพัฒนารัฐวิสาหกิจอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบแนวทางการแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อให้การสรรหากรรมการรัฐวิสาหกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจและการกำกับกิจการที่ดี โดยการนำสมรรถนะหลักและความรู้ที่จำเป็นมาใช้ในการสรรหากรรมการรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ได้กรรมการที่มีความรู้และความสามารถตรงกับความต้องการของรัฐวิสาหกิจ และเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจเข้ามาเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มมุมมองในเชิงธุรกิจในการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจมากยิ่งขึ้น รวมทั้งกำหนดให้มีผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัดของรัฐวิสาหกิจที่เป็นข้าราชการประจำในกระทรวงเจ้าสังกัด ซึ่งไม่อยู่ในหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการของรัฐวิสาหกิจนั้นเป็นกรรมการในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่ดีในการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจได้กำหนดให้ไม่แต่งตั้งสมาชิก สนช. ข้าราชการการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นกรรมการในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ การดำเนินการข้างต้นเป็นการนำหลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจฯ มาปรับใช้กับการดำเนินงานในปัจจุบัน เพื่อให้มีกระบวนการสรรหากรรมการรัฐวิสาหกิจที่โปร่งใสและได้กรรมการรัฐวิสาหกิจที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาพัฒนารัฐวิสาหกิจ

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรประจำปี 2560 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) โดยส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและเป็นไปตามแผนที่กำหนดซึ่ง คนร.ได้เน้นย้ำให้ให้ ธพว.สร้างความแข็งแกร่งแก่ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและสนับสนุนการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ ธพว. เร่งดำเนินการช่วยเหลือ SMEs ในวงเงิน 38,000ล้านบาท ภายใต้มาตรการช่วยเหลือ SME ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติไว้ และเร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามแผนที่กำหนดให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกันยายน 2560

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า 2.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ได้ดำเนินการโอนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPF) ในส่วนของลูกค้าที่ไม่ใช่มุสลิมไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด (IAM) เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 และยังอยู่ระหว่างการสรรหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเข้าร่วมดำเนินกิจการ ทั้งนี้ คนร.ได้ให้ ธอท.กำหนดขั้นตอนการหาพันธมิตรให้มีความโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดกับภาครัฐ รวมทั้งให้ ธอท.จัดทำแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วนเพื่อให้ ธอท.สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องในระหว่างการสรรหาพันธมิตร 3.บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้จัดตั้งบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (NBN) ในการดำเนินธุรกิจเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำและอินเทอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์และบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (NGDC) ในการดำเนินธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ซึ่ง คนร.ได้ให้ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท เร่งจัดตั้งบริษัทลูกให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2560 และเปิดให้บริการได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2560

นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า 4.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในปี 2560 การบินไทย มีอัตราการขนส่งผู้โดยสารที่ดีขึ้นและสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย คนร.ขอให้เร่งเพิ่มรายได้จากผู้โดยสารและเร่งนำระบบการบริหารรายได้และโครงข่ายที่อยู่ระหว่างการพัฒนามาใช้ และให้นำมาตรฐานอุตสาหกรรมมาใช้เป็นคู่เทียบในการพัฒนาประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง 5.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้รายงานความคืบหน้าการจัดหารถ NGV 489 คัน ซึ่งคาดว่าจะจัดหาได้ภายในปีนี้ โดย คนร.ได้ให้ ขสมก.พิจารณาความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการจัดหารถโดยสารแต่ละประเภท เพื่อรองรับบทบาทการเป็นผู้ประกอบการเดินรถและพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชน

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า 6.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คนร.ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมกำกับให้ รฟท.เร่งดำเนินการตามแผนการพัฒนาที่ดิน และให้ทบทวนความเหมาะสมในการจัดตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สินด้วย รวมทั้งให้มีแนวทางการนำรายได้ที่ได้รับจากการพัฒนาที่ดิน มาชำระหนี้สินของ รฟท.อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ให้สร้างความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบ ผู้รับผิดชอบหลัก และแผนการบริหารจัดการรถไฟสายสีแดงโดยเร็วให้มีความพร้อมในการเปิดให้บริการในปี 2563 รวมทั้งให้กระทรวงคมนาคมสร้างความชัดเจนและความพร้อมในการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางและการจัดตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สินให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน.-สำนักข่าวไทย